Invitations by Ajalon Business Thai ESG 2567 วิเคราะห์ความคุ้มค่าหากเริ่มต้นลงทุนเร็วตั้งแต่วันนี้

Thai ESG 2567 วิเคราะห์ความคุ้มค่าหากเริ่มต้นลงทุนเร็วตั้งแต่วันนี้

Thai ESG 2567

การออมเงินนับเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต อย่างไรก็ตามการออมเงินเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอต่อการเตรียมเงินไว้ใช้ในอนาคต เนื่องจากปัจจัยในเรื่องของเงินเฟ้อที่มีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นเมื่อระยะเวลาผ่านไป ดังนั้นการลงทุนจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยตอบโจทย์ให้เงินออมที่มีงอกเงยเติบโตเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่งหนึ่งในกองทุนรวมที่กำลังมาแรงมากในปัจจุบันก็คือ กองทุน Thai ESG 2567 ซึ่งเป็นกองทุนรวมน้องใหม่จากรัฐบาลที่นอกจากจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการออมเงินและลงทุนแล้ว ผู้ที่ลงทุนในกองทุน Thai ESG ยังสามารถขอลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

ทำความรู้จักกับกองทุน Thai ESG 2567 เพื่อไม่พลาดทุกสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ

          กองทุน Thai ESG 2567 หรือกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน เป็นกองทุนน้องใหม่ที่รัฐบาลไทยให้สิทธิประโยชน์ในด้านของการขอลดหย่อนภาษีกับประชาชนที่เลือกลงทุนในกองทุนรวมนี้ เนื่องจากกระแสการลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินนโยบายการบริหารธุรกิจตามหลัก ESG ประกอบด้วยการใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) ที่ดีควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วโลก

          โดยกองทุน Thai ESG 2567 เน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ประกอบด้วย

          1. หุ้น ESG

          หุ้น ESG คือหุ้นของบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน เป็นหุ้นที่ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นหุ้นยั่งยืน (SET ESG Ratings) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI)

          2. หุ้นหลักทรัพย์ใน SET หรือ MAI ที่มีแผนจัดการลด GHGs

          หุ้นของบริษัทที่มีแผนการจัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHGs) ซึ่งจดทะเบียนใน SET หรือ MAI โดยต้องมีการเผยแพร่รายงานการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ที่ดำเนินการทวนสอบโดยหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)

          3. ตราสารหนี้จากบริษัทเอกชนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน

          ตราสารหนี้จากบริษัทเอกชนที่ออกขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการทำกิจกรรมเกี่ยวกับความยั่งยืนในด้านต่าง ๆ ในประเทศไทย เช่น ตราสารหนี้เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารหนี้เพื่อพัฒนาสังคม (Social Bond) หรือตราสารหนี้เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond) เป็นต้น

          4. พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้รัฐวิสาหกิจที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน

          พันธบัตรจากรัฐบาล หรือหุ้นกู้ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยโดยกระทรวงการคลังที่ออกขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการทำกิจกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมความยั่งยืนในประเทศไทย เช่น พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) เป็นต้น

          5. สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน

          สินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน เช่น โทเคนดิจิทัลโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green-Project Token) หรือโทเคนดิจิทัลโครงการส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Token) ซึ่งโทเคนดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนด

วิเคราะห์ความคุ้มค่าการลงทุนในกองทุน Thai ESG 2567

              สำหรับใครที่กำลังสนใจลงทุนในกองทุน Thai ESG 2567 แล้วล่ะก็ เรามาดูกันดีกว่าว่าหากเริ่มต้นลงทุนในกองทุน Thai ESG 2567 จะได้รับความคุ้มค่าอย่างไรบ้าง

          1. สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี

          สำหรับผู้ที่เลือกลงทุนในกองทุน Thai ESG ในปี 2567 นี้ ความคุ้มค่าแรกที่จะได้รับจากการลงทุนก็คือสิทธิในการขอลดหย่อนภาษีจากจำนวนเงินที่ลงทุนในกองทุนสูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้ และไม่เกิน 300,000 บาท และต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปี โดยสิทธิประโยชน์ในการขอลดหย่อนภาษีนี้สามารถใช้ได้ระหว่างปี 2567-2569 ดังนั้นหากยิ่งเริ่มต้นลงทุนเร็วก็ยิ่งได้รับความคุ้มค่าในเรื่องการประหยัดภาษีมากเท่านั้น

          2. โอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนอย่างยั่งยืน

          เนื่องจากนโยบายการลงทุนในกองทุน Thai ESG 2567 นั้นเน้นลงทุนในสินทรัพย์ของบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG ที่ส่งผลให้บริษัทมีการดำเนินการธุรกิจอย่างยั่งยืน และมีโอกาสเติบโตสามารถดำเนินธุรกิจได้เป็นระยะเวลายาวนานต่อไปในอนาคต ดังนั้นโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนอย่างยั่งยืนจากธุรกิจเหล่านี้จึงมีสูงตามไปด้วย

          การเริ่มต้นการลงทุนไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในกองทุนรวมประเภทไหน ยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสเห็นการเติบโตของเงินที่ออมและลงทุนไว้มากเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในกองทุน Thai ESG 2567 ที่มีโอกาสได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษีระหว่างปี 2567-2569 ซึ่งจะยิ่งได้รับความคุ้มค่าเพิ่มมากขึ้นหากเริ่มต้นลงทุนตั้งแต่ปี 2567 นี้

Related Post