การใช้เครื่องฟอกอากาศในห้องนอนให้ ประหยัดพลังงาน และ มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถทำได้ตามเคล็ดลับต่อไปนี้
1. เลือกขนาดเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะสมกับห้อง
- ตรวจสอบขนาดพื้นที่ห้อง (ตารางเมตร) แล้วเลือกเครื่องที่รองรับพื้นที่นั้น
- ถ้าเครื่องเล็กเกินไป จะต้องทำงานหนักขึ้น ทำให้สิ้นเปลืองไฟ
- เครื่องใหญ่เกินไปก็อาจใช้พลังงานเกินจำเป็น
2. วางเครื่องในตำแหน่งที่เหมาะสม
- ตั้งเครื่องฟอกอากาศห้องนอนในที่อากาศไหลเวียนดี ห่างจากผนังหรือเฟอร์นิเจอร์อย่างน้อย 30 ซม.
- ไม่ควรวางชิดมุมห้อง เพราะอากาศจะไหลเวียนไม่ดี
- หลีกเลี่ยงการตั้งใกล้พัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ เพราะอาจทำให้อากาศหมุนเวียนผิดทิศทาง
3. ใช้โหมดอัตโนมัติหรือโหมดประหยัดพลังงาน
- เครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่มักมีโหมด Auto ที่ปรับระดับตามคุณภาพอากาศ
- เปิดเครื่องด้วยความเร็วสูงเฉพาะเวลาที่อากาศแย่ แล้วปรับเป็นโหมด Low หรือ Sleep ตอนกลางคืน
4. ปิดเครื่องเมื่อไม่จำเป็น
- หากไม่อยู่ในห้องนาน ๆ หรืออากาศสะอาดเพียงพอแล้ว สามารถปิดเครื่องเพื่อประหยัดไฟ
- บางรุ่นมีระบบตั้งเวลาปิดอัตโนมัติ ใช้ฟีเจอร์นี้ให้เป็นประโยชน์
5. หมั่นทำความสะอาดและเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด
- ไส้กรองที่สกปรกจะลดประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้เครื่องต้องใช้พลังงานมากขึ้น
- ดูดฝุ่นหรือเช็ดทำความสะอาดเครื่องฟอกอากาศทุก 1-2 สัปดาห์
- เปลี่ยนไส้กรองตามคำแนะนำของผู้ผลิต (ส่วนใหญ่ 6-12 เดือน)
6. ใช้ร่วมกับวิธีอื่นในการลดฝุ่นและมลพิษ
- ทำความสะอาดห้องเป็นประจำ เช่น ดูดฝุ่น เช็ดพื้น
- ลดแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น ไม่สูบบุหรี่ในห้อง ใช้ผ้าม่านที่เป็นมิตรต่อฝุ่น
- ปิดประตูหน้าต่างเมื่ออากาศข้างนอกมีฝุ่นเยอะ เช่น ช่วงฝุ่น PM2.5 สูง
7. ใช้เครื่องที่มีเซนเซอร์ตรวจวัดอากาศ
- เครื่องฟอกอากาศห้องนอนที่มี เซนเซอร์วัดคุณภาพอากาศ จะช่วยให้เครื่องปรับระดับการทำงานอัตโนมัติ ไม่เปลืองพลังงาน
- บางรุ่นสามารถเชื่อมต่อแอปมือถือเพื่อควบคุมและดูข้อมูลอากาศแบบเรียลไทม์
